[CS]0. ทำไมต้องเป็นความรัก?(2)*
posted on 23 Nov 2008 12:42 by nakishi in CS01-2551, CUBIC-SCHOOL---------------------------------------------------------------------
「CS」Freestyle :: 0. ทำไมต้องเป็นความรัก?(2)
แขกรับเชิญ :: ฟาร์ม ลัค อินทรี สร ครูไม และ ช่างเครื่องรอน
อ้างอิงจาก... CUBIC SCHOOL: Pharm Luck 3
เครดิต... พ่ออินทรี และ ผปค.รอน ที่ช่วยปรับพลอตและเชคคาแรคเตอร์ให้นะคะ
ความเดิมตอนที่แล้ว... [CS]0. ทำไมต้องเป็นความรัก?(1)*
เจ้าของเรือนผมสีเขียวกำลังตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า เธอเห็นเจ้าของหางม้าสีน้ำตาลยืนกางร่มอยู่อีกฝั่งของดาดฟ้า เพราะอะไรงั้นหรือที่นำพาเพื่อนร่วมห้องของเธอคนนี้ขึ้นมาชั้นดาดฟ้าในเวลาที่แดดส่องหัวร้อนแรงแบบนี้ คนที่ถูกมองโดยไม่รู้ตัวถอนหายใจเฮือกหนึ่ง แต่ไม่ทันไรเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นมา จนเธอแทบหลบไม่ทัน...
“หงุดหงิดเว้ยยยยยยยย ทำใจไม่ได้ซักทีเว้ยเซ็งงง” ฟาร์มตะโกนขึ้น ท่ามกลางความเงียบชั้นบนสุดของอาคารเรียน สายตาของสาวน้อยก็ยังคงเหล่มอง สังเกตการณ์อยู่หลังกำแพงใหญ่ เสียงฝีเท้าเบาลงเรื่อยๆ เมื่อคิดว่าปลอดภัยแล้วเธอจึงค่อยๆหันกลับไปมองอีกครั้ง
“ชะเฮ้ยยยย มาตอนไหนเนี่ย?!!!” สาวแว่นเจ้าของผมหางม้าดังขึ้น ทำเอาตัวเธอสะดุ้งโหยง ฟาร์มคุยกับใครอยู่งั้นหรือ? ทันทีที่สายตาของเด็กสาวเจ้าของกระโปรงสีน้ำเงินเข้มได้ส่องผ่านขอบกำแพง เธอเห็นแผ่นหลังกว้างภายใต้ชุดนักเรียนชาย พลันสายตาก็กลับเหลือบไปเห็นแท่งไม้สีน้ำตาลอ่อนคู่หนึ่งอยู่ในกระเป๋ากางเกงทางด้านขวา สาวน้อยเบิกตากว้าง เธอมองเห็นเขากับสาวแว่นเจ้าของผมหางม้ากำลังคุยอะไรกันบางอย่าง ยิ่งเห็นก็ยิ่งปวดใจเสียเหลือเกิน แต่พอผ่านไปได้ไม่ทันไรคนที่ถือร่มก็ตะโกนออกมาดังลั่นไปทั่วชั้นดาดฟ้าอีกครั้งหนึ่ง...
“หยุดเลย...นายน่ะ”
“อะ...อ้าว...”
“ถ้านายพูดอีกคำเดียวชั้นฟาดนายแน่” คนพูดย้ายปลายร่มชี้ที่หน้าเด็กหนุ่มเจ้าของผมสีน้ำเงินจนถึงกับผงะ ก้าวเท้าถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าว ฟาร์มที่เห็นลัคที่ทำตัวอำๆอึ้งๆก็เหมือนจะอดรนทนไม่ไหว ตะโกนใส่หน้าเด็กหนุ่มที่อยู่ข้างหน้าตนดังๆอีกครั้ง
“นั่นน่ะ มันจูบแรกของชั้นนะยะ!” คำพูดที่เหมือนจะตอกย้ำวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของเด็กหนุ่มดังขึ้น คนถูกตอกย้ำหน้าซีดลงถนัดตา
“...ข...ขอโทษ” หนุ่มไม้กลองเอ่ยขอโทษเด็กสาว(?)ที่อยู่ตรงหน้า หวังแต่เพียงว่าเธอจะยอมยกโทษให้เขา“หลับตาซะ! เตรียมรับกรรมได้…” พอกล่าวจบคนตัวเตี้ยกว่าก็สาวเท้าเข้ามาใกล้เด็กหนุ่ม โคลเวอร์ที่แอบมองอยู่ข้างหลังเบิกตากว้างอีกครั้ง... เจ้าของประโยคเมื่อครู่เขย่งเท้าขึ้นบรรจงหอมแก้มคนที่สูงกว่าโดยที่ไม่ปล่อยให้เขาได้ตั้งตัวอย่างทันท่วงที ก่อนที่จะเอาร่มฟาดหน้าคนตัวที่สูงกว่า แล้วพาร่างของตัวเองให้สูญหายไปจาก ณ ที่แห่งนั้น คนที่หลบอยู่หลังกำแพงหลุบตาลงต่ำ หันหลังพิงเข้ากับกำแพงที่ใช้บังกายเมื่อครู่มือน้อยๆบัดนี้กำชับกระโปรงแน่น ตอนนี้เธอรู้แล้วว่า ‘ฟาร์มชอบลัค’ พอรู้อย่างนี้แล้วหัวใจน้อยๆของเธอก็เหมือนว่าจะหยุดเต้น... ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมื่อคราวก่อน บัดนี้กลับมาหาตัวเธออีกครั้ง...
...มันเจ็บ...เจ็บหัวใจเหลือเกิน...
...ยิ่งรู้ว่าเธอคนนั้นชอบเขาแล้ว... เรา...เรา...
...เราควรจะทำยังไงต่อไปดี...ควรจะทำยังไงต่อไปดี...
. . . . .
บัดนี้สองสาวหน้าหล่อกำลังตีหน้าเครียด อยู่ทางลงบันไดชั้นดาดฟ้าของโรงเรียน เพราะกำลังเป็นห่วงเพื่อนสาวตัวจ้อยที่ขึ้นไปยืนปรับทุกข์ขั้นวิกฤตอยู่ข้างบนคนเดียว อินทรีที่เฝ้ามองพฤติกรรมของเพื่อนตั้งแต่วันแรกก็อดรนทนไม่ได้ ชวนสรหนึ่งในสมาชิกครอบครัวเซนต์โยฯแห่งโรงเรียนลูกบาศก์วิทยามายืนเฝ้าสังเกตการณ์ได้ครู่หนึ่งแล้ว คนผมสั้นได้ยินเสียงประตูดาดฟ้าแง้มออก เธอหันไปมองทางต้นเสียงเป็นหนุ่มนักดนตรีเจ้าของผมสีน้ำเงินเพื่อนร่วมห้องกำลังเดินลงมาจากชั้นบน อินทรีเห็นเพื่อนร่วมห้องเดินลงมาจึงเอ่ยทักทาย
“อ้าว...ลัค? มาทำอะไรตรงนี้ล่ะ หรือว่ามาหายัยโค?” เธอเอ่ยถามไถ่เพื่อนตรงหน้า แต่ก็ไม่วายหยอดคำล้อที่เคยทำอยู่เป็นประจำ คนถูกเรียกหันหน้าไปมองคนเรียกชื่อสีหน้าบ่งบอกถึงความตะลึงปนงงเล็กๆ เอ่ยตอบเธออย่างเรียบๆ
“...เปล่า...” ลัคเอ่ยตอบอินทรี สรที่ไม่ได้เข้าร่วมบทสนทนาหันหน้ามาสบตากับอินทรี สาวผมเปียหันกลับไปสนทนากับเพื่อนคนเดิมอีกครั้ง
“ไม่เจอยัยโค...จิงง่ะ?” อินทรีเอ่ยถามอีกครั้ง ดวงตาสีแดงฉายแววสงสัยขึ้นก่อนที่จะเอ่ยตอบ
“...ไม่เจอ...” สายตาของอินทรีมองจับจ้องหาพิรุธคนตรงหน้า แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้โกหกจริงๆ สรที่มองเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นหันหน้าไปสบตากับอินทรีอีกครั้งกอนที่จะรีบสาวเท้าวิ่งขึ้นไปยังชั้นบนทันที อินทรีที่เห็นเพื่อนสาววิ่งขึ้นไปก็หันมามองลัคที่อยู่ข้างหน้า หันไปแขวะหน้าให้เด็กหนุ่มเสียหนึ่งที
“ซวยแล้วไง...นายไม่รู้หรือไงว่าโคลเวอร์อยู่ข้างบนน่ะ?!” ว่าความจบเจ้าของผมเปียก็รีบวิ่งขึ้นไปยังดาดฟ้าทันที เหลือไว้แต่คนที่ได้ฟังประโยคเมื่อครู่ให้ยืนตะลึงอยู่ ณ ตรงนั้น... ทันทีที่สองสาววิ่งขึนมาถึงก็รีบตามหาเพื่อนสาว แต่ก้ไม่เห็นใคร สรเดินออกมาจากทางบริเวณประตู หันไปมองมุมมืดข้างกำแพงเห็นเพื่อนตัวจ้อยกำลังฟุบหน้านั่งกอดเข่าอยู่ตรงนั้น เธอหันไปส่งซิกให้อินทรีก่อนที่จะเดินเข้ามาหาเพื่อนสาวพร้อมกัน คนตัวเล็กที่นั่งอยู่รู้สึกถึงเงาของคนที่ใกล้เข้ามา เงยหน้ามองเพื่อนทั้งสอง สรเดินเข้ามาหาโคลเวอร์ เธอค่อยๆนั่งลงแล้วจึงเอามือลูบหัวเพื่อนสาวเบาๆ ส่วนสาวหน้าหล่ออีกคนก็เคลื่อนย้ายตัวเองมานั่งลงอีกข้าง สาวเจ้าของผมม้าหลุบตาลงต่ำอีกครั้ง
“รู้ด้วยหรอ? ว่าโคลอยู่ที่นี่...” คนเสียงเล็กเอ่ยขึ้นเบาๆ
"รู้สิ ก็ใจของพวกเรามันผูกไว้ด้วยกันอยู่แล้วนิ" อินทรีฉีกยิ้มให้โคลเวอร์อย่างอ่อนโยน โดยมีสรพยักหน้าเป็นเชิงว่าเห็นด้วย เสียงกระดิ่งดังขึ้น คนตัวเล็กที่สุดลุกขึ้นเป็นคนแรก หันไปหาเพื่อนสาวทั้งสอง คนตัวเล็กปรากฎรอยยิ้มจางบนใบหน้าพร้อมกับยื่นมือทั้งสองข้างไปให้เพื่อนๆของเธอ
“พวกเรา...ไปเรียนกันเถอะเนอะ!”
. . . . .
สามสาวกลับมาเรียนที่ห้องตามปกติ โคลเวอร์กลับมายังที่นั่งของตัวเอง มือเล็กถือกระดานเสก็ตซ์นั่งขีดๆเขียนๆวาดรูปตามแบบที่คุณครูคนสวยได้จัดไว้ให้ไว้ให้ แต่เนื่องด้วยสภาพจิตใจในของโคลเวอร์ในตอนนี้เลยทำให้ไปได้ช้ากว่าเพื่อน ช่วงเลิกคาบโคลเวอร์จึงขอครูไมผู้วึ่งเจ้าของวิชาวาดภาพต่อจนกว่าจะเสร็จ เวลาล่วงเลยไป...โคลเวอร์ออกจากห้องเป็นคนสุดท้าย เธอเก็บหุ่นนิ่งที่ใช้เป็นแบบให้เรียบร้อย ก่อนที่จะเดินออกมาจากห้องโดยลำพัง โคลเวอร์เดินไปตามทางเดินของคารเพื่อกลับไปเก็บกระเป๋ากลับบ้าน เธอมองท้องฟ้าผ่านหน้าต่าง เห็นเมฆฝนที่เริ่มตั้งเค้า เจ้าของผมสีเขียวเร่งฝีเท้าจนมาถึงห้องเรียนเห็นหนุ่มไม้กลองนั่งนั่งเคาะโต๊ะของตัวเองเป็นจังหวะอยู่ โคลเวอร์เดินมายังที่ของตัวเองเก็บข้าวของที่ต้องนำกลับบ้าน เก็บเก้าอี้ให้เข้าที่เข้าทาง แล้วรีบสาวท้าวไปยังหลังห้อง ทว่าเด็กหนุ่มคว้ามือได้ทัน เธอหันหน้ามามองเขา เจ้าของนัยน์ตาสีแดงจ้องเธอเขม็งจนสาวน้อยต้องหลบสายตา เธอหันมามองแขนตัวเอง ยกมือเล็กของตัวเองมาแกะมือของเด็กหนุ่ม แต่ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผลเพราะเขากระชับมือไว้แน่น เด็กสาวแกะมือของฝ่ายตรงข้ามไม่ได้จึงเงยหน้าขึ้นมามองหนุ่มไม้กลอง
“ป...ปล่อยมือนะ โคลจะรีบกลับ...บ...บ้าน” เสียงสาวน้อยเริ่มสั่นเครือ เธอเบือนหน้าหนีจากคู่สนทนาตรงหน้า พยายามสบัดมือออกแต่ยิ่งเธอพยายามที่จะสบัดแขนออกซักเท่าไหร่ มือของคนตรงหน้าก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ
“...พักนี้เป็นอะไรไป?...” ลัคเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สายตาบ่งบอกถึงความเป็นห่วง เจ้าของผมสีเขียวได้ยินคำถามแล้วถึงกับสะดุ้ง เธอเงียบไปครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า
“โคล...ไม่ได้เป็นอะไรซักหน่อย” คนปากแข็งเอ่ยแย้งขึ้นขัดกับเสียงสั่นๆ และใบหน้าที่ฝืนยิ้ม คนที่นั่งอยู่มองเจ้าของผมหาม้า สายตาฉายแววสงสัยไม่น้อย
“...ดูไม่สมกับเป็นเธอเลยนะ...” เขาเอ่ยขึ้น ดูท่าว่าจะได้ผล คนตรงหน้าเขาหยุดนิ่ง ก้มหน้าลง เขารู้สึกว่าตัวของเธอกำลังสั่น คนที่จับแขนอยู่แอบอึ้งนิดๆ
“...อะ...เอ่อ...” น้ำใสๆรินอาบแก้มเด็กสาว ยิ่งทำเขาพูดไม่ออกเข้าไปใหญ่
“ม...ไม่สมกับเป็นโคลใช่มั้ย?” เสียงของสาวน้อยยังคงสั่นเครือ นัยน์ตาฉายแววไม่พอใจเด็กหนุ่มตรงหน้าเป็นอย่างยิ่ง
. . .ท...ทำไม? . . .
. . . ทำไมไม่เคยรู้อะไรเลยนะ . . .
. . . ทำไมไม่เคยรู้อะไรเลย . . .
. . . ว่าที่โคลเป็นแบบนี้น่ะ ก็เพราะ ลัค นั่นแหละ!
“...” โคลเวอร์จ้องเขม็งไปที่ลัคเห็นเขาแสดงอาการงงงวย ทันทีที่เห็นกิริยาแบบนั้นในหน้าเธอก็ตึง รู้สึกเหมือนมีคนเอาไฟมาลนอก พลันข้อความก็หลุดลอดออกมาหยั่งง่ะเปิดก๊อกน้ำก็ไม่ปาน
“...ย...อยากรู้นักใช่มั้ยว่าทำไมโคลถึงเป็นแบบนี้? ก็เพราะใครกันล่ะ เพราะลัคเองไม่ใช่หรอ ยังไม่รู้ตัวเลยหรือยังไงกัน... วันนั้นที่ลัคจูบกับฟาร์มน่ะ โคลเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าลัคคิดได้ยังไง? เพื่อนที่ไหนเค้าจะสั่งให้เพื่อนจูบเพื่อนกันล่ะ ยังสติดีอยู่รึเปล่า? ห๊ะ? ลัค!” โคลเวอร์พูดออกมาทำเอาลัคถึงกับผงะ
“...อะ...อา...” ตอนนี้เขาเข้าสุ่สภาพน้ำท่วมปากไปเรียบร้อยแล้ว โคลเวอร์ที่พึ่งระบายออกไปก็รู้สึกตัวขึ้นได้ รีบเอามือปิดปากเจ้ากรรม ใบหน้าสวยอาบแก้มอีกครั้งสบัดมือลัคออกแล้ววิ่งออกนอกห้องไป....
บ...บ้าที่สุดเลย
ม...เมื่อกี้เราพูดอะไรออกไป
เมื่อกี้เราทำอะไรลงไปเนี่ย บ้าที่สุดเลย . . .
. . . . .
แอ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เสียงประตูแง้มขึ้น เจ้าของห้องที่กำลังใจจดใจจ่อกับการบัดกรีแบ่นชิพเสียงที่อยู่ตรงหน้ามากกว่าแขกที่มาเยือน
“สวัสดีคร๊าบบบ อ้าว น้องโคลทำไมทำหน้าทำตาแบบนั้นล่ะ” รอนละสายตาจากชิพตรงหน้าหันไปมองโคลเวอร์ที่ยืนอยู่กน้าประตูห้อง คนที่อายุน้อยกว่าสะอึกสะอื้นอยู่หน้าประตู รอนลยกตัวเองขึ้นจากเก้าอี้เดินไปหาสาวน้อยเจ้าของผมสีเขียวที่ยังสะอึกสะอื้นอยู่
“ใครเอาน้ำมาสาดหน้า น้องโคลล่ะเหนี่ย? หืม?” ช่างเครื่องคนดียิ้มให้เธอหลังจากพูดจบ มือใหญ่ยกขึ้นมาลูบหัวเธอป้อยๆ
“ฮึก...พี่รอนอ่ะบ้า...ใครเค้าจะเอาน้ำมาราดโคล แล้วเปียกแค่หน้ากันล่ะ...”
“พี่แค่ล้อเล่นน่า... มาๆไปหาที่นั่งสงบจิตสงบใจก่อนละกันนะ เดี๋ยวพี่ไปชงโกโก้ให้ก็แล้วกัน”
“ฮึก...อ...อื้อ... เอาหวานๆนะพี่รอน เอาให้โคลเป็นเบาหวานตายไปเลย...ฮึก...”
“หวายยย อย่างงั้นก็ไม่ดีนะน้องโคล” รอนที่พึ่งเดินออกไปหันหน้ากลับมาทำหน้าแหยๆ “เอาเป็นหว่าไปหาที่นั่งก่อนละกันนะ”
“อ...อือ”
. . . . .
รอนใช้เวลาไม่นานในการชงโกโก้ร้อนๆให้กับแขกตัวจ้อยผู้มาเยือน เขาเดินไปหาโคลเวอร์ที่นั่งกอดเข่าไม่ห่างจากเขาเท่าไหร่นัก
“เอ้า ได้แล้วล่ะ ระวังร้อนนะ”
“อื้อ...ขอบคุณนะคะ...พี่รอน” มือเล็กรับถ้วยกาแฟจากคนที่อยู่ตรงหน้า เธอยิ้มให้เขาก่อนที่จะบรรจงดื่มโกโก้ร้อนๆที่คนตรงหน้าอุส่าห์ชงมาให้ รอนที่บรรลุวัตถุประสงค์แล้วก็หันกลับไปบัดกรีชิพต่อ เขาไม่รู้ว่าน้องสาวคนนี้ไปเจอกับอะไรมา แต่เขาคิดว่าเวลาแบบนี้เจ้าตัวน่าจะแก้ปัญหาได้ดีที่สุด... โคลเวอร์ก้มหน้าลงกอดเข่า... ทันทีที่คิดถึงเหตุการณ์เรื่องเมื่อครู่ หัวใจก็เจ็บแปล๊บ
. . . ที่เราเผลอพูดไปเมื่อกี้...ลัคจะเกลียดเรารึเปล่านะ . . .
. . . อย่าเกลียดโคลนะ . . .
. . . อย่าพึ่งเกลียดโคลนะ ขอร้องล่ะ . . .
สรุป*
- โคลขึ้นมานั่งปรับทุกข์คนเดียวบนดาดฟ้าโรงเรียนในตอนเที่ยง
- โคลเห็นฟาร์มขึ้นมา เลยแอบมองอยู่หลังกำแพง ไม่ทันไรลัคก็ขึ้นมา...
- โคลเห็นฟาร์มหอมแก้มลัค ก็ใจหวิวไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไปดี
- อินทรีกับสรที่รออยู่ข้างล่างเห็นลัคเดินลงมาก็ถามถึงโคล ลัคไม่รู้เรื่อง สรกับอินเห็นท่าไม่ดีเลยรีบวิ่งขึ้นไปข้างบน ทิ้งลัคให้ยืนอึ้งอยู่ตรงบันได
- ช่วงเรียนวิชาเลือกโคลเวอร์กลับห้องช้ากว่าเพื่อน เจอลัคนั่งอยู่
- ลัคเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง แต่กลับไปกระตุกต่อมโคลซะงั้น(?)
- โคลเวอร์โมโหมากเลยพูดระบายออกไป พอพูดจบก็รู้สึกตัวแล้ววิ่งออกนอกห้องไปหนีไปอยู่ห้องช่างเครื่องรอน
- เริ่มคิดมากกล้วลัคจะเกลียดตัวเองเรื่องที่เธอเสียงดังใส่ลัคเมื่อครู่
************************************
** ナキシ’s ZONE **
สวัสดีค่าทุกคน นากิกลับมาจากเชียงใหม่แล้วค่าา
ไม่ได้ลอยกระทงกับเค้าเลย ซิกๆ
(แต่ได้ลอยโคมลอยกับเค้าแทนนะ //ฮา)
ไปครั้งนี้(ครั้งแรก)ก็สนุกดี แต่กลับมาทำเอาไม่สบายมาอาทิตย์กว่าแล้วล่ะค่ะ
ทุกท่านสบายดีกันมั้ยคะ?
เอนทรีที่แล้วลืมพูดถึงชื่อเรื่อง
"ทำไมต้องเป็นความรัก?"
ชื่อเรื่องนี้มีที่มานะคะ 55+
ครีเอทโดยพ่ออินทรีค่ะ
พ่ออินทรีให้เหตุผลว่า...
"เป็นชื่อล้อเลียนเอนทรีฟาร์ม*ลัค ของพ่อฟาร์มค่ะ" (ฮา)
เอนทรีวันนี้แต่งไปก็แอบขำไปค่ะ...
สงสารน้องลัคนะคะ ตัวเองยังไม่ทำอะไรโดนแว๊ดใส่ซะงั้น
ส่วนโคลก็เซนส์ซิทีฟซะ 555+
ยังไงก็รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะช่วงนี้(อากาศบ้าๆบวมๆ)
ตอนนี้คงต้องขอลาไปก่อนแล้วล่ะค่า //โค้งๆ







เค้าเชียร์อยู่
มีดาดฟ้าด้วยเหรอคะ
เรมาใหมามาเม้นให้นะ
#1 By ความเหงาที่ที่เจ็บปวด on 2008-11-23 13:11